0

โครงการกังหันน้ำชัยพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้น และทรงห่วงใยต่อพสกนิกรที่ต้องเผชิญในเรื่องดังกล่าวเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2531 ได้พระราชทานพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาน้ำเสีย ด้วยการใช้เครื่องกลเติมอากาศ โดยพระราชทานรูปแบบสิ่งประดิษฐ์ที่เรียบง่าย แต่มีประสิทธิภาพสูงในการบำบัดน้ำเสีย ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ กังหันน้ำชัยพัฒนา และนำมาใช้ในการปรับปรุงคุณภาพน้ำตามสถานที่ต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาค กังหันน้ำชัยพัฒนา เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยในความเดือดร้อนทุกข์ยากที่เกิดขึ้นนี้ ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรสภาพน้ำเสียในพื้นที่หลายแห่งหลายครั้ง ทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด พร้อมทั้งพระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับการแก้ไขน้ำเน่าเสีย ในระยะแรกระหว่างปี พ.ศ. 2527-2530 ทรงแนะนำให้ใช้น้ำที่มีคุณภาพดีช่วยบรรเทาน้ำเสียและวิธีกรองน้ำเสียด้วยผักตบชวาและพืชน้ำต่างๆ ซึ่งก็สามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้ผลในระดับหนึ่ง กังหันน้ำพระราชทาน  ต่อมาในช่วงปี พ.ศ.2531 เป็นต้นมา สภาพความเน่าเสียของน้ำบริเวณต่างๆ มีอัตราแนวโน้มรุนแรงมากยิ่งขึ้น การใช้วิธีธรรมชาติไม่อาจบรรเทาความเน่าเสียของน้ำอย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงขอพระราชทานพระราชดำริให้ประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศแบบประหยัดค่าใช้จ่าย สามารถผลิตได้เองในประเทศ ซึ่งมีรูปแบบ “ไทยทำไทยใช้”โดยทรงได้แนวทางจาก “หลุก” ซึ่งเป็นอุปกรณ์วิดน้ำเข้านาอันเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านเป็นจุดคิดค้นเบื้องต้น และทรงมุ่งหวังที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาลในการบรรเทาน้ำเน่าเสียอีกทางหนึ่งด้วย การนี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนาสนับสนุนงบประมาณ เพื่อการศึกษาและวิจัยสิ่งประดิษฐ์ใหม่นี้ โดยดำเนินการจัดสร้างเครื่องมือบำบัดน้ำเสียร่วมกับกรมชลประทาน ซึ่งได้มีการผลิตเครื่องกลเติมอากาศขึ้นในเวลาต่อมา และรู้จักกันแพร่หลายทั่วไประเทศในปัจจุบันคือ “กังหันน้ำชัยพัฒนา″ พระราชดำริ เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2531 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานรูปแบบและพระราชดำริ เรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำเสีย [...]

0

โครงการศูนย์ศึกษาวิจัยธรรมชาติและป่าพรุสิรินทร

ความเป็นมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานประทับแรม ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จ.นราธิวาส ในระหว่างวันที่ ๑๘ สิงหาคม – ๓ ตุลาคม ๒๕๒๔ พระองค์ ได้เสด็จเยี่ยมราษฎรในเขตพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาส ได้ทอดพระเนตรเห็นสภาพพื้นที่และความจำเป็นที่จะยกระดับ ความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ของจังหวัดให้ดีขึ้นจึงมีพระราชดำริ และพระราชกระแสรับสั่งต่อเจ้าหน้าที่ และผู้ติดตามเสด็จให้พิจารณาปรับปรุงกิจการพัฒนาด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ป่าพรุ ซึ่งต่อมา กปร.(คณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ) ได้มีมติอนุมัติในหลักการให้มีการจัดตั้ง และดำเนินโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง ในวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๒๕ โดยให้สำนักงานเลขานุการ กปร. เป็นผู้ประสานงานกับหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการจัดทำแผนงานและงบประมาณต่อไป วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษา ค้นคว้า ทดลอง วิจัย และสำรวจหาข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับป่าพรุ มาใช้ในการอนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรป่าพรุ เพื่ออนุรักษ์ป่าพรุสมบูรณ์ตามธรรมชาติให้คงอยู่ตลอดไป และฟื้นฟูสภาพป่าพรุเสื่อม โทรมให้กลับคืนสู่สภาพป่าที่สมบูรณ์ดังเดิม เพื่อสาธิตและเผยแพร่งานป่าพรุทั้งด้านการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรป่าพรุ เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึก และประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนได้ทราบและตระหนักถึงความสำคัญของป่าพรุ ที่ตั้งโครงการ ตำบลกะลุวอ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส หน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการ ๑. สำนักงานป่าไม้เขตปัตตานี ๒. สำนักงานป่าไม้จังหวัดนราธิวาส [...]

0

โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย จ.เพชรบุรี

1) พระราชดำริ              “..ปัญหาสำคัญ  คือ  เรื่องสิ่งแวดล้อม  เรื่องน้ำเสียกับขยะ  ได้ศึกษามาแล้วเหมือนกัน  ทำไม่ยากนัก  ในทางเทคโนโลยีทำได้ แล้วในเมืองไทยเองก็ทำได้.. ”             “..โครงการที่จะทำนี้ไม่ยากนัก คือว่า ก็มาเอาสิ่งที่เป็นพิษออก พวกโลหะหนักต่างๆเอาออก ซึ่งมีวิธีทำ ต่อจากนั้นก็มาฟอกใส่อากาศ บางทีก็อาจไม่ต้องใส่อากาศ แล้วก็มาเฉลี่ยใส่ในบึง หรือเอาน้ำไปใส่ในทุ่งหญ้าแล้วก็เปลี่ยนสภาพของทุ่งหญ้าเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ส่วนหนึ่งเป็นที่สำหรับปลูกพืช ปลูกต้นไม้..”            “.. แล้วก็ต้องทำการเรียกว่า การกรองน้ำ ให้ทำน้ำนั้นไม่ให้โสโครก แล้วก็ปล่อยน้ำลงมาที่เป็นที่ทำการเพาะปลูก  หรือทำทุ่งหญ้า หลังจากนั้นน้ำที่เหลือก็ลงทะเล โดยที่ไม่ทำให้น้ำนั้นเสีย..”   กระแสพระราชดำรัส เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2533 2) ความเป็นมาของโครงการฯ โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เกิดขึ้นสืบเนื่องจากพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงมีพระราชดำริด้านปัญหาขยะและน้ำเสีย โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือ การศึกษาวิจัยหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียและขยะชุมชนที่ประหยัด สะดวก ทำได้ง่าย และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับพื้นที่อื่นๆ ในประเทศได้อย่างกว้างขวาง 3) ระยะเวลาดำเนินการ ระยะที่ [...]

0

โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน จ.จันทบุรี

เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๒๔ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่จังหวัดจันทบุรี และได้พระราชทานพระราชดำรัสแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดว่า “ให้พิจารณาพื้นที่ที่เหมาะสม จัดทำโครงการพัฒนาด้านอาชีพการประมงและการเกษตร ในเขตพื้นที่ชายฝั่งทะเล และจังหวัดจันทบุรี”  พร้อมกับได้พระราชทานเงินที่ราษฎรจังหวัดจันทบุรีทูลเกล้าฯ ถวายในโอกาสนั้น เป็นทุนเริ่มดำเนินการ ผู้ว่าราชการจังหวัดในขณะนั้น จึงรับสนองพระราชดำริ ก่อตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ขึ้น เมื่อพุทธศักราช ๒๕๒๔ ที่ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมประมง สำนักงานจังหวัดจันทบุรี กรมที่ดิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โครงการชลประทานจังหวัดจันทบุรี กรมชลประทาน สำนักนโยบายและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด กรมปศุสัตว์ และอื่น ๆ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ นี้ มีพื้นที่เป้าหมายของโครงการอยู่ ณ บริเวณอ่าวคุ้งกระเบน ครอบคลุมชายฝั่งทะเลโดยรอบ รวม ๒,๐๐๐ ไร่ ส่วนพื้นที่รอบนอกได้แก่ พื้นที่เขตตำบลคลองขุด ตำบลสนามไชย และใกล้เคียงเป็นเขตหมู่บ้านประมงตลอดแนวชายฝั่งทะเล และเขตเกษตรกรรมประมาณ ๓๒,๐๐๐ [...]

0

โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย จ.เพชรบุรี

ห้วยทราย ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ก็เช่นเดียวกับดินแดนอื่น ๆ อีกมากของประเทศไทย ที่แต่เดิมเคยเป็นป่าไม้อุดมสมบูรณ์ มีต้นไม้นานาพันธุ์เขียวชะอุ่ม มีสัตว์ป่าโดยเฉพาะ เนื้อทราย อาศัยตามธรรมชาติเป็นจำนวนมาก จึงเรียกชื่อว่า “ห้วยทราย“ และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงสร้าง “พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน“ หรือป่าเนื้อทราย ขึ้นที่นั่น เมื่อพุทธศักราช ๒๔๖๗  แต่…ในช่วงเวลาเพียง ๓๐ กว่าปี พื้นที่ห้วยทรายได้ถูกราษฎรเข้าบุกรุกทำลายป่า ปราบพื้นที่เพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรมจนไม่เหลือป่าไม้และสัตว์ป่าจึงเกิดความแห้งแล้ง ฝนไม่ตกตามฤดูกาล และสภาพพื้นดินเสื่อมโทรม ทำการเกษตรกรรมไม่ได้ผล เมื่อวันที่ ๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๒๖ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรพื้นที่ ห้วยทราย มีพระราชดำรัสด้วยน้ำพระราชหฤทัยห่วงใยว่า “หากปล่อยทิ้งไว้ จะกลายเป็นทะเลทรายในที่สุด” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำริให้พัฒนาพื้นที่บริเวณห้วยทราย เป็นศูนย์ศึกษาการพัฒนาด้านป่าไม้อเนกประสงค์ ถ้าขับรถจากกรุงเทพฯ ไปตามถนนเพชรเกษม ประมาณ ๒๒๐ กิโลเมตร จะพบที่ตั้ง โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย อันเนื่องมาจากพระราชดำริอยู่ห่างจากชะอำไปางทิศใต้ประมาณ ๑๕ กิโลเมตร จัดเป็นพื้นที่ดำเนินงานตามโครงการ ๑๕,๘๘๒ ไร่ มีสำนักงานโครงการตั้งอยู่ที่กองกำกับการ 1 กองบังคับการฝึกพิเศษ (ค่ายพระรามหก) [...]

0

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

        ในการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้  ทำให้พระองค์ทรงประสบปัญหาความทุกข์ยากของราษฎร ภาคอิสานว่าแร้นแค้นยิ่งนัก  อีกทั้งการคมนาคมหลายแห่งทุรกันดารยิ่ง  และถือได้ว่าการเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนั้น   ทำให้ทรงได้รับรู้ข้อมูลพื้นฐานเบื้องต้นที่สำคัญด้านการพัฒนา   และเป็นรากฐานสู่การพัฒนาศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน  อันเนื่องมาจากพระราชดำริ             เมื่อ วันที่ 2-20  พฤศจิกายน 2498  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎร  ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภูมิภาคแรก อย่างทั่วถึง   จึงเป็นที่ปลาบปลื้มปิติยินดีของมวลพสกนิกรทั้งหลายยิ่งนัก จุดกำเนิดศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน  อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จารึกประวัติศาสตร์เกี่ยวกับต้นเหตุปัญหาของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพะราชดำริ จากเอกสารข้อมูลส่วนพระองค์  ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  พระราชทานแก่สำนักงาน กปร. (สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ)  มีความตอนหนึ่งว่า “…ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน  อำเภอเมือง  จังหวัดสกลนคร  เดิมเป็นป่าโปร่ง   คนไปตัดไม้สำหรับ  จึงไม่มีน้ำในหน้าแล้ง  น้ำไหลแรงในหน้าฝน  ทำให้มีการชะล้าง (Erosion)  หน้าดิน (Top Soil) บางลง  และเกลือที่อยู่ข้างใต้จะขึ้นเป็นหย่อมๆ…”เป็นฟืนและใช้พื้นที่สำหรับทำการการเกษตรกรรม ป่าไม้ที่อยู่เหนือพื้นที่ถูก ทำลายไปมาก             พร้อมกันนี้  ได้พระราชทานข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาของดินบริเวณศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ ว่า “…เป็นดินทราย  ดินเค็ม  ขาดน้ำ…”              ต่อมาเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2525  พระราชทานพระบรมราชวโรกาส  ให้หม่อมเจ้าจักรพันธ์ เพ็ญศิริจักรพันธ์  องคมนตรี และนายสุนทร  เรืองเล็ก  อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วยนายเล็ก  จินดาสงวน  เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท  ณ กรมราชองครักษ์  สวนจิตรลดา ได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ เป็นครั้งแรก  โดยทรงให้พิจารณาวาง โครงการ จัดหา น้ำสนับสนุนโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานตามพระราชดำริ  จังหวัดสกลนคร  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทดลอง งานพัฒนาแบบเบ็ดเสร็จ  อันได้แก่  การพัฒนาป่าไม้  การเกษตรต่างๆ  ตามความเหมาะสม  รวมทั้งการดำเนินงานด้านเกษตรอุตสาหกรรม   สำหรับเป็นตัวอย่าง  อันจะนำไปสู่ความสามารถในการ พึ่งตนเองได้ ต่อไป  และได้ให้ราษฎรนำไปปฏิบัติในพื้นที่ของตนเองได้พระราชทานพระราชดำริ  ให้กรมชลประทานพิจารณาวางโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ตาดไฮใหญ่  ที่พิกัด  48 QUD 961-909  แผนที่มาตราส่วน  1 : 50,000  ระวาง  5843 III  เพื่อจัดหา น้ำสนับสนุนศูนย์ฯ  พื้นที่โครงการประมาณ  1,800  ไร่  ให้สามารถ ส่งน้ำใช้ทำการศึกษาและทดลองได้ตลอดทั้งปี [...]

0

โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง จ.นราธิวาส

วัตถุประสงค์ (๑) เพื่อศึกษาและพัฒนาดินอินทรีย์ รวมทั้งดินที่มีปัญหาอื่น ๆ ในพื้นที่พรุให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในทางการเกษตร และด้านอื่น ๆ ตามข้อกำหนดการใช้ประโยชน์พื้นที่พรุที่แบ่งเป็นเขตสงวน เขตอนุรักษ์ และเขตพัฒนาไว้แล้ว (๒) วิเคราะห์ ทดลอง วิจัย ทดสอบ เกี่ยวกับการปลูกพืชและการเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งการเกษตรอุตสาหกรรม ที่มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่พรุ และให้ผลตอบแทนสูงสุด (๓) เป็นศูนย์กลางบริการข้อมูลด้านการวิเคราะห์ตัวอย่างในห้องปฏิบัติการรวมทั้งเป็นศูนย์กลางการสาธิต เผยแพร่ความรู้ด้านการเกษตรสาขาอื่น ๆ (๔) เป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมการพัฒนาอาชีพ ทั้งด้านการเกษตรและศิลปหัตถกรรมที่ทำจากวัสดุพื้นเมือง ให้กับราษฎรทั้งในหมู่บ้านบริวาร ศูนย์สาขาและผู้สนใจทั่วไป (๕) เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ราษฎร และพัฒนาสภาพความเป็นอยู่ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ความจำเป็นพื้นฐานของหมู่บ้านบริวาร และศูนย์สาขา ให้สูงขึ้น (๖) เพื่อนำผลการศึกษาและพัฒนาไปเป็นแบบอย่างใช้กับโครงการพัฒนาแหล่งอื่น ๆ ต่อไป พื้นที่เป้าหมายดำเนินงาน (๑) พื้นที่พรุจังหวัดนราธิวาส เนื้อที่ ๒๖๑,๘๖๐ ไร่ (๒) หมู่บ้านบริวารของโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง ๘ หมู่บ้าน เนื้อที่ ๒๓,๐๖๘ ไร่ ได้แก่ บ้านยาบี หมู่ที่ [...]

0

พระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว: ด้านการศึกษา

พระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว: ด้านการศึกษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักดีว่า การพัฒนาการศึกษาของเยาวชนนั้น เป็นพื้นฐานอันสำคัญของประเทศชาติ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์จัดตั้งมูลนิธิอานันทมหิดล ให้เป็นทุนสำหรับการศึกษาในแขนงวิชาต่างๆ เพื่อให้นักศึกษาได้มีทุนออกไปศึกษา หาความรู้ต่อในวิชาการชั้นสูงในประเทศต่างๆ โดยไม่มีเงื่อนไขข้อผูกพันแต่ประการใด เพื่อที่จะได้นำความรู้นั้นๆ กลับมาใช้พัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าต่อไป นอกเหนือไปจากนี้แล้ว ทรงมีพระราชดำริให้ดำเนินการจัดทำสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนขึ้น สารานุกรมชุดนี้ มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากสารานุกรมชุดอื่นๆ ที่ได้เคยจัดพิมพ์มาแล้ว กล่าวคือ เป็นสารานุกรมอเนกประสงค์ที่บรรจุเรื่องราวต่างๆ ที่เป็นสาระไว้ครบทุกแขนงวิชา โดยจัดแบ่งเนื้อหาของแต่ละเรื่องออกเป็นสามระดับ เพื่อที่จะให้เยาวชนแต่ละรุ่น ตลอดจนผู้ใหญ่ที่มีความสนใจ สามารถที่จะศึกษาค้นคว้าหาความรู้ ได้ตามความเหมาะสมของพื้นฐานความรู้ ของแต่ละคน โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละสาขาวิชา การอุทิศเวลาและความรู้ เพื่อสนองพระราชดำริ โดยร่วมกันเขียนเรื่องต่างๆ ขึ้น แบ่งออกเป็น 4 สาขาวิชา คือ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ทรงก่อตั้งกองทุนนวฤกษ์ ในมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อช่วยให้นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้มีโอกาสเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา ทั้งยังพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เป็นทุนริเริ่มในการก่อสร้างโรงเรียนตามวัดในชนบท สำหรับที่จะสงเคราะห์เด็กยากจนและกำพร้า ให้ได้มีสถานที่สำหรับศึกษาเล่าเรียน โดยอาราธนาพระภิกษุเป็นครูสอนในวิชาสามัญต่างๆ ที่ไม่ได้ขัดต่อพระธรรมวินัย ตลอดจนช่วยอบรมศีลธรรมแก่เด็กนักเรียน ทั้งนี้ เป็นพระราชประสงค์ที่จะให้เด็กนักเรียน [...]

0

พระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว: ด้านการพัฒนา

จากพระปฐมบรมราชโองการ “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”  เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า 60 ปีที่ทรงครองสิริราชสมบัตินั้น   ทำให้ประชาชนชาวไทยได้มีความเป็นอยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารอย่างเป็นสุข เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมิได้ทรงงานเฉพาะในฐานะพระมหากษัตริย์เท่านั้น    แต่ทรงห่วงใยทุกข์สุขของประชาชน    ดังจะเห็นได้ว่าเมื่อเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ    ก็ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ในชนบทตั้งแต่นั้นมา   ทำให้ทรงทราบถึงสภาพภูมิศาสตร์ สังคม ความเป็นอยู่และปัญหาของประชาชน     เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับพระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ     ดังเช่นเมื่อเสด็จแปรพระราชฐานไปประทับแรมที่วังไกลกังวล   อำเภอหัวหิน  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อปี 2495   และเสด็จฯ ไปเยี่ยมประชาชนบริเวณใกล้เคียง    เมื่อทรงทราบถึงปัญหาการขนส่งผลผลิตออกสู่ตลาด    จึงได้พระราชทานพระราชดำริให้สร้างถนนเข้าบ้านห้วยมงคล     ตำบลหินเหล็กไฟ (ปัจจุบันตำบลทับใต้)  อำเภอหัวหิน  ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาชนบทโครงการแรก    ในปีต่อมาก็ได้พระราชทานพระราชดำริให้สร้างอ่างเก็บน้ำเขาเต่า  อำเภอหัวหิน   เพื่อบรรเทาความแห้งแล้งให้กับราษฎร     ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาด้านแหล่งน้ำโครงการแรกเช่นกัน   กล่าวได้ว่าโครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริในระยะแรกส่วนใหญ่จะดำเนินการในพื้นที่ปริมณฑลของกรุงเทพฯ   และวังไกลกังวล ด้วยพระราชประสงค์ที่จะให้ปวงชนชาวไทยทุกภูมิภาคได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น  และสามารถอยู่ได้ด้วยการพึ่งตนเอง  ในเบื้องต้นให้มีความพอมีพอกินและพัฒนาให้เจริญยิ่งๆ ขึ้นเป็นลำดับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงได้เสด็จฯ ไปเยี่ยมเยียนประชาชนในภูมิภาคที่ห่างไกลออกไป     เมื่อปี 2498 ได้เสด็จฯ ไปบริเวณพื้นที่ภาคอีสานเป็นครั้งแรก    ภาคเหนือ   และภาคใต้  เป็นลำดับ     ต่อจากนั้นก็ได้แปรพระราชฐาน ไปประทับแรมที่พระตำหนักในภูมิภาคต่างๆ เป็นประจำทุกปี       ทำให้ทรงทราบถึงความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นอย่างดี      โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริจึงได้เกิดขึ้นในภูมิภาคต่างๆ อย่างต่อเนื่องตลอดมา จนปัจจุบันมีมากกว่า 3,000 โครงการ  กระจายอยู่เกือบทุกจังหวัด  ซึ่งมีอยู่หลายประเภทสอดคล้องกับภูมิศาสตร์และภูมิสังคมของแต่ละพื้นที่ โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา     เป็นโครงการระยะแรกที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินการศึกษาทดลอง    บางครั้งทรงปฏิบัติด้วยพระองค์เอง   เพื่อจะได้นำผลสำเร็จไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกร    ดังนั้น ในบริเวณโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา       มีแปลงนาข้าวและปลูกพืชหมุนเวียน   โรงสีข้าว   โรงโคนม   ศูนย์รวมนม   โรงผลิตผลไม้กระป๋อง   ตลอดจนป่าสาธิต ฯลฯ       ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้จึงเป็นสถานที่เกษตรกร    ผู้สนใจทั่วไป   ตลอดจนนักเรียน    นักศึกษา    สามารถเข้ามาศึกษาดูงานเพื่อนำไปเป็นแนวทางการประกอบอาชีพได้เป็นอย่างดี โครงการหลวง      เป็นอีกโครงการหนึ่งที่เกิดขึ้นจากพระราชดำริที่จะแก้ปัญหาการทำลายป่าเพื่อทำไร่เลื่อนลอยและปลูกฝิ่นของชาวเขาในภาคเหนือ ตั้งแต่ปี 2513   ทรงมีพระวิริยะอุตสาหะในการแก้ปัญหาให้ชาวเขาเหลานี้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น   สามารถพึ่งตนเองได้  ไม่สูญเสียวัฒนธรรมประเพณี   และทรัพยากรทั้งหลายไม่ถูกทำลายไป        ผลการดำเนินงานของโครงการได้ปรากฏผลออกมาอย่างชัดเจนแล้วในปัจจุบัน เพราะชาวเขาเหล่านั้นได้มีความรู้  ความเข้าใจ  ในเรื่องของการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น       ได้ทำการปลูกพืชผัก    และไม้ผลเมืองหนาวเป็นอาชีพ    ทำให้มีผลผลิตออกสู่ตลาดและส่งเข้าโรงงานแปรรูปส่งผลให้ชาวเขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น  อย่างชัดเจน จากการที่พระองค์ได้เสด็จฯไปทรงเยี่ยมเยียนประชาชนอย่างทั่วถึง    อย่างต่อเนื่องตลอดมา โดยเฉพาะในชนบท   และประชาชนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร    โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่จึงเป็นโครงการที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือ ส่งเสริมให้ทำการเกษตรได้ผลผลิตที่ดีขึ้น  ทรงให้ความสำคัญกับน้ำว่า  “น้ำคือชีวิต”  พบว่าโครงการพัฒนาแหล่งน้ำมีมากกว่าโครงการใดๆ   นอกจากการจัดหาน้ำให้เพิ่มขึ้นด้วยการพระราชทานพระราชดำริให้สร้าง   เขื่อน   อ่างเก็บน้ำ   ฝายทดน้ำ   ประตูระบายน้ำ    ตั้งแต่ระยะแรกๆ จนกระทั่งปัจจุบัน   ขณะเดียวกัน ได้ทรงศึกษาค้นคว้าและเมื่อปี 2498 พระราชทานพระราชดำริให้  มรว. เทพฤทธิ์   เทวกุล   หาลู่ทางที่จะทำให้เกิดฝนหลวง      ซึ่งในปี 2512ได้มีการปฏิบัติการฝนหลวงจริงๆ    และได้มีการศึกษาพัฒนาเรื่อยมา    จนปัจจุบันฝนหลวงสามารถทำให้เกิดฝนตกสม่ำเสมอในพื้นที่เป้าหมายได้      ซึ่งสามารถแก้ปัญหาภัยแล้งได้ส่วนหนึ่ง  การแก้ปัญหา น้ำท่วม น้ำเสีย ก็มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอีกมากมายที่จะช่วยแก้ปัญหาด้วยวิธีง่าย   ปฏิบัติได้ไม่ยากนัก   และประหยัด การพัฒนาด้านเกษตร   เป็นเรื่องที่ทรงให้ความสนพระราชหฤทัยเสมอมาเช่นกัน  ดังจะเห็นได้จากการที่พระราชทานพระราชดำริให้ทำการ ศึกษา  ทดลอง  และวิจัยหาพันธุ์พืชต่างๆ การกำจัดศัตรูพืช พัฒนาปรับปรุงพันธุ์พืชและสัตว์   ทั้งนี้เพื่อเกษตรกรได้นำไปปฏิบัติได้ด้วยเทคโนโลยีง่ายๆ ไม่สลับซับซ้อนราคาถูก  ตลอดจนวิธีการเพาะปลูกพืชให้มีทรัพยากรธรรมชาติได้ใช้อย่างยั่งยืน    ดังนั้นการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้มีใช้อย่างยั่งยืน  จึงเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอีกประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง    ทั้งเรื่องของการปรับปรุงบำรุงดิน    ปรับปรุงและพัฒนาป่าไม้ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ดังเดิม    โดยเฉพาะป่าต้นน้ำลำธาร    เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ วิธีการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและมีความยั่งยืน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ    พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นไว้ 6 แห่ง    กระจายอยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ     โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญคือให้เป็นสถานที่ศึกษา ทดลอง   วิจัย ให้ได้แนวทางและวิธีการพัฒนาด้านต่างๆ ให้เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพภูมิศาสตร์สังคมแต่ละภูมิภาค      เมื่อได้ผลการศึกษาแล้วให้จัดสาธิตไว้ในลักษณะของ “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต” ทุกศูนย์ศึกษาฯ   ซึ่งได้มีแปลงสาธิตไว้ทุกด้าน   ทั้งการปลูกพืช   ผัก   ผลไม้   การเลี้ยงสัตว์   เลี้ยงปลา   ป่าไม้ ฯลฯ   รวมทั้งการทำงานหัตถกรรมที่สอดคล้องกับภูมิสังคม เกษตรกรและผู้สนใจทั้งหลาย สามารถเข้าไปศึกษาหาความรู้ได้ตลอดเวลา   ผู้ใดสนใจที่จะเข้ารับการอบรมหลักสูตรใดที่สาธิตไว้    ทางศูนย์ศึกษาฯ ก็พร้อมที่จะให้บริการ ด้วยพระปรีชาสามารถและพระประสบการณ์ทางด้านการพัฒนาชนบท จึงได้พระราชทานทฤษฎีใหม่  ให้เป็นทางเลือกหนึ่งของเกษตรกรในการประกอบอาชีพ  เพราะทฤษฎีใหม่ คือ การบริหารและจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด คือ  ที่ดินขนาดเล็กและน้ำ  ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในระยะแรกได้มีอาหารพอเพียงเลี้ยงตัวเองได้ตลอดปี     เหลือแล้วจึงขาย และจะสามารถเพิ่มรายได้ให้สูงขึ้นในปีต่อๆ ไปงานด้านการพัฒนาตามแนวพระราชดำรินั้น  ยังมีอีกหลายประเภททั้งด้านสาธารณสุข  การคมนาคม   สื่อสาร   สวัสดิการสังคม     ตลอดจนการส่งเสริมอาชีพ      โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำรินั้น  มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้ดำเนินการ    และได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาล     แต่ในการปฏิบัติงานตามระบบราชการในบางครั้งก็จะติดขัดด้วยเงื่อนไขบางประการ หรือไม่ทันกับสถานการณ์ที่จำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องกระทำโดยรวดเร็ว  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงได้พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้ง “มูลนิธิชัยพัฒนา” สำหรับสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ     เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่และรวดเร็วทันเหตุการณ์ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้งหลาย  เกิดขึ้นได้ด้วยการทรงศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดจากหลายๆ แหล่ง   แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นมาทรงศึกษาวิเคราะห์ด้วยเหตุ  ด้วยผลมีหลักวิชาการ ด้วยความละเอียดรอบคอบ     พร้อมด้วยการเตรียมการสำหรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น    แล้วจึงพระราชทานพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้ถูกต้อง  ประหยัด    ด้วยความร่วมมือของทุกฝ่ายโดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เป้าหมายของโครงการจะต้องเข้าใจถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น    แล้วจึงดำเนินการ       ซึ่งวิธีการทรงงานตลอดมาล้วนแต่เป็นไป ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  ที่ชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ    ที่ว่าการดำเนินการใดๆ ก็ตาม    จะต้องอาศัยความรอบรู้    ความรอบคอบ   และความระมัดระวัง      ความมีเหตุมีผล     มีคุณธรรม    ความซื่อสัตย์      ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน     และพระราชดำรัสตอนหนึ่ง    “…เศรษฐกิจพอเพียง   คือการใช้ของที่มีอยู่ในทางที่ถูกต้องและเหมาะสม…” ดังนั้นผลที่เกิดจากโครงการทำให้ประชาชนเหล่านั้นได้มีความรู้ความเข้าใจในการประกอบอาชีพ  ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม     สามารถอยู่ได้ด้วยการพึ่งตนเอง     มีอาหารบริโภคอย่างพอเพียง      มีทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืนให้ลูกหลานได้ใช้ตลอดไป  มีความขยันอดทนในการดำรงชีวิต  มีความเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกันในสังคม   ดังนั้น หากบุคคล  องค์กรทุกระดับได้ดำรงชีวิตด้วยการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติแล้ว  ความเจริญย่อมเกิดขึ้นกับบุคคลและองค์กรเหล่านั้น  แล้วจะส่งผลถึงความเจริญของประเทศต่อไป จากสภาพปัญหาป่าไม้ของชาติ [...]

Copyright © 2013-2014 RoyalProject All rights reserved.
Fatal error: Call to undefined function wp_get_theme() in D:\web\royalproject\wp-content\themes\desk-mess-mirrored\functions.php on line 329